วันเสาร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2559

7. Generalized Anxiety Disorders


7. โรคกังวลทั่วไป (Generalized Anxiety Disorder : GAD)

โรคกังวลทั่วไป (Generalized Anxiety Disorder : GAD) ผู้ป่วยมีอาการกังวลเกินกว่าเหตุในหลายๆ เรื่องพร้อมกัน ร่วมกับอาการทางกายต่างๆ โดยเฉพาะอาการทางระบบประสาทอัตโนมัติ จนทำให้เกิดปัญหากับผู้ป่วยในหลายๆ ด้าน

ที่มาของภาพ  :  http://www.abc.net.au/reslib/201104/r754808_6290764.jpg (6/4/59)

สาเหตุ
1.  ปัจจัยด้านจิตใจ แนวคิดทฤษฎีจิตวิเคราะห์มองว่าอาการวิตกกังวลเป็นจากความขัดแย้งใจจิตไร้สำนึกที่ไม่ได้ถูกแก้ไข มีความผิดปกติในแง่ของการรับรู้และแปลผลต่อเหตุการณ์ต่างๆ ในลักษณะมองโลกในแง่ร้าย และยังประเมินความสามารถในการแก้ปัญหาของตนต่ำเกินจริงอีกด้วย จึงทำให้เกิดความรู้สึกกลัวและกังวล
2. ปัจจัยด้านชีวภาพ ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับสารสื่อประสาทหลายตัว เช่น GABA, serotonin ส่วนปัจจัยทางพันธุกรรมยังมีการศึกษาน้อยอยู่ เท่าที่มีก็ไม่พบความเกี่ยวข้องที่ชัดเจน

ลักษณะอาการทางคลินิก
          อาการเด่น ได้แก่
          - กลุ่มอาการวิตกกังวล ความวิตกกังวลนี้จะมีมาก(excessive) เป็นอยู่ตลอด(persistent) และเป็นไปกับแทบทุกเรื่อง (pervasive) เช่น กลัวสามีจะประสบอุบัติเหตุ กลัวลูกถูกทำร้าย กลัวตึกถล่ม กลัวตนเองเจ็บป่วย ฯลฯ
          - อาการทางระบบประสาทอัตโนมัติ เช่น ใจสั่น เหนื่อยง่าย เพลีย หายใจขัด เหงื่อออก ท้องไส้ปั่นป่วน
          - อาการระบบกล้ามเนื้อตึงเครียด เช่น ปวดศีรษะ ปวดตามตัว กระสับกระส่าย ตัวสั่น
          - Cognitive hypervigilance เช่น รู้สึกตื่นตัว ตกใจง่าย วอกแวก

การดำเนินโรค
GAD เป็นโรคเรื้อรัง เนื่องจากพบร่วมกับโรคจิตเวชอื่นๆ จึงบอกการดำเนินโรคและการพยากรณ์โรคได้ยาก ส่วนมากพบว่าอาการมักเป็นๆหายๆ และจะรุนแรงในช่วงที่เครียด หลังจากความเครียดแล้วอาการจะดีขึ้น

การวินิจฉัย
A. มีความวิตกกังวลมากเกินกว่าเหตุ (apprehensive expectation) ต่อหลายๆเรื่อง
B. ผู้ป่วยรู้สึกว่าไม่สามารถควบคุมความกังวลนี้ได้
C. มีอาการทางกายต่างๆ ดังต่อไปนี้ (อย่างน้อย 3 ใน 6 ข้อ, หรือ ในเด็กมีเพียง 1 ใน 6 ข้อ)
                   1) กระสับกระส่าย
                   2) อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย
                   3) มีปัญหาด้านสมาธิ ความจำ
                   4) หงุดหงิด
                   5) ปวดเมื่อย ตึงตามกล้ามเนื้อ
                   6) มีปัญหาเกี่ยวกับการนอน
D. อาการทั้งหมดเป็นอยู่บ่อยๆ นานกว่า 6 เดือน 
การวินิจฉัยแยกโรค
          1. โรคทางกาย ต้องแยกจากโรคทางกายอื่นๆ ทั้งหมดที่มีอาการของความวิตกกังวล
          2. โรคทางจิตเวช ต้องแยกจากโรคจิตเวช เช่น โรคจิต โรคอารมณ์แปรปรวน และโรควิตกกังวลอื่นๆ

การรักษา
การรักษาที่ดีที่สุด คือ การรักษาโดยจิตบำบัดร่วมกับการใช้ยา
          1. จิตบำบัด
          Cognitive behavior therapy โดยแก้ไขการมองโลกที่ผิดไปของผู้ป่วย ให้กลับมามองอย่างถูกต้อง ร่วมกับการใช้relaxation technique เพื่อลดอาการทางกาย
          Psychodynamic psychotherapy โดยพยายามช่วยให้ผู้ป่วยเข้าใจสาเหตุของความวิตกกังวล และสามารถทนกับความกังวลนั้นได้มากขึ้น
          2. การรักษาด้วยยา
          Benzodiazepine เช่น diazepam ขนาด 5-15 มก./วัน จะช่วยลดอาการวิตกกังวลและอาการทางกายได้ดี ซึ่งควรให้ยาต่อเนื่องอย่างน้อย 6 เดือน
Selective Serotonin Reuptake Inhibitor (SSRI) การใช้ sertraline หรือ paroxetine ได้ผลดี ไม่ค่อยฝช้ fluoxetineเพราะอาจจะทำให้มีอาการ anxiety เพิ่มขึ้น
 การใช้ยา Benzodiazepine หรือ SSRI ควรให้นานต่อเนื่อง 6-12 เดือน หรืออาจจะให้ไปนานกว่านั้นได้ เพราะพบว่าหลังหยุดยาร้อยละ 60-80 มีโอกาสกลับเป็นซ้ำได้อีก ส่วนใหญ่ไม่ค่อยพบอาการดื้อยา (tolerance) ในผู้ป่วยกลุ่มนี้
Propranolol ใช้เพื่อลดอาการใจสั่น มือสั่น โดยปรับขนาดยาให้สามารถลดชีพจรได้ 5-10 ครั้ง/นาที และต้องระวังผลข้างเคียงคือ depression , nausea และ bradycardia

                                                                                                                                                                

อ้างอิง      :  โรคกังวลทั่วไป (Generalized Anxiety Disorder : GAD).(ออนไลน์).แหล่งที่มา  :  http://www.dmhweb.dmh.go.th/jvsk/cpsy2/Diag11.htm  6 เมษายน 2559

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น